ความเข้าใจที่มักคลาดเคลื่อน (หรือไม่ถูกต้องนัก) ที่มักเกิดขึ้นเป็นประจำ เมื่อถึงเวลาต้องมีการจัดหาและจัดจ้างผู้ให้บริการงาน Facility Services (FS) มีดังนี้
- ผู้ให้บริการทุกรายเหมือนกัน
- บริการงาน FS มีคุณค่าต่ำเทียบเท่ากับ แรงงานไร้ทักษะ
- บริการงาน FS เป็นงานเชิงแรงงาน ที่ไม่ต้องการความรู้เฉพาะด้าน
ผมมักมีความเห็นโต้แย้งในทางตรงกันข้ามกับความเข้าใจดังกล่าวข้างต้นอยู่เสมอ เพื่อแสดงเหตุผลสนับสนุนข้อโต้แย้ง ผมได้สร้างตารางการวิเคราะห์เปรียบเทียบคุณสมบัติสำคัญของผู้ให้บริการงานอาคารระหว่างบริษัทชั้นนำและบริษัทราคาถูก โดยอาศัยข้อมูลจากประสบการณ์ ดังที่แสดงในด้านล่างนี้ (ผลการวิจัยของ CFMS ที่จะตีพิมพ์ในเร็วๆนี้ จะให้ข้อมูลเชิงประจักษ์และเป็นภววิสัย (Objective) ที่ชัดเจนกว่านี้)
| | บริษัทชั้นนำ | บริษัทราคาถูก |
| ลักษณะการทำธุรกิจ |
|
|
| ผู้ปฏิบัติงาน |
|
|
| ขั้นตอนและวิธีปฏิบัติงาน |
|
|
| เครื่องมือ อุปกรณ์ เทคโนโลยีและระบบสนับสนุน |
|
|
| เงินเดือนและสวัสดิการพนักงาน |
|
|
ตารางวิเคราะห์เปรียบเทียบข้างต้น แสดงความแตกต่างระหว่างบริษัทผู้ให้บริการงานอาคารชั้นนำ ที่มักมีราคาค่าบริการสูงกว่า บริษัทผู้ให้บริการงานอาคารอีกกลุ่มที่อยู่ในช่องด้านข้าง ทั้งนี้ตารางยังต้องการสะท้อนถึงสิ่งที่เจ้าของอาคาร ผู้ใช้อาคาร และผู้มีอำนาจในการตัดสินใจจัดจ้างผู้ให้บริการงานอาคาร ควรจะคาดหวังจากการจ้างผู้ให้บริการงานอาคารในระดับราคาค่าบริการที่แตกต่างกัน และในประเด็นที่ว่า “คุณได้ในสิ่งที่คุณจ่าย” รวมทั้งอาจต้องตระหนักถึงวลีที่ว่า “ของดีราคาถูกไม่มีในโลก”
หากจะมีใครตั้งข้อสงสัยว่า ผมเอาใจเข้าข้างบริษัทให้บริการงานอาคารเจ้าใหญ่ที่มืชื่อเสียง ใช่หรือไม่ ผมคงตอบว่าใช่ โดยที่บริษัทเหล่านี้ไม่ต้องเอาผลประโยชน์อะไรมาให้ผม ทั้งนี้ก็เพราะผมเห็นว่าบริษัทเหล่านี้ทำมาหากินกับธุรกิจการบริการที่วางเดิมพันไว้กับคุณภาพของงานและผู้ปฏิบัติงาน มากกว่าการทำมาหากินกับค่าหัวคิดแรงงานแบบที่บริษัทขนาดเล็กราคาถูกชอบทำ และเพราะผมพบหลักฐานว่าบริษัทเหล่านี้ใส่ใจในเรื่องความสามารถในการทำงาน สวัสดิภาพ สวัสดิการ ความเป็นอยู่ และอาชีพของพนักงานของตนในระยะยาวมากกว่า เนื่องจากสิ่งเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงด้านธุรกิจและชื่อเสียงของบริษัทผู้ให้บริการด้านนี้เป็นการตอบแทน
หากจะมีใครตั้งข้อข้องใจว่า ผมกำลังทำให้เรื่องงานอาคารสถานที่เป็นเรื่องใหญ่ ใช่หรือไม่ ผมก็คงตอบว่าใช่แน่นอน เพราะงานด้านนี้และการบริหารทรัพยากรกายภาพที่ไร้คุณภาพนำมาซึ่งความเสี่ยงกับอาคารและผู้ใช้อาคารในหลายด้าน และในทางตรงข้ามการดำเนินการด้านนี้ที่ดีและมีประสิทธิภาพจะสร้างมูลค่า คุณค่า และประโยชน์อย่างมหาศาลทั้งทางตรงและทางอ้อม นอกจากนี้ผมยังมีข้อสังเกตว่าคุณค่าของงานด้านอาคารสถานที่ยังไม่ได้รับการนำเสนอออกมาให้ปรากฎอย่างชัดเจน และผู้มีส่วนในการใช้อาคารยังได้รับข้อมูลในเรื่องความสำคัญและมีคุณค่าของงานด้านนี้น้อยอย่างเหลือเชื่อ
ในตอนท้ายนี้ ผมอยากฝากถึงผู้มีอำนาจในการคัดเลือกและจัดจ้างบริษัทผู้ให้บริการงานอาคาร ได้เพิ่มสิ่งควรนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจ เช่น ระดับทักษะความสามารถ ประสบการณ์ทำงาน เทคนิควิธีปฏิบัติงาน อุปกรณ์เครื่องมือและเทคโนโลยีประกอบการทำงาน ตลอดจนความเป็นอยู่และความมั่นคงในชีวิตของพนักงานผู้ปฏิบัติงานซึ่งเกี่ยวพันกับระดับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของทรัพย์สินภายในอาคาร นอกเหนือไปจากเรื่องราคาแต่เพียงอย่างเดียว
ควบคู่กัน เหล่าบรรดาผู้ปฏิบัติงานและผู้ให้บริการงานด้านนี้ต้องเพิ่มความพยายามในการสร้างคุณค่าจากงานของตนให้แก่การดำเนินธุรกิจขององค์กรเจ้าของอาคาร และทำตนให้เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจองค์กร รวมทั้งมีการพัฒนาความรู้ความสามารถในด้านนี้อย่างต่อเนื่องและเป็นการเฉพาะ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น