วันจันทร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ความท้าทายของ นักบริหารทรัพยากรกายภาพ

FM เป็นงานของนักบริหาร  หน้าที่สำคัญของนักบริหารคือ การขับเคลื่อนทรัพยากร เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด  เช่นเดียวกันกับนักบริหารด้านอื่น นักบริหารทรัพยากรกายภาพ มีหน้าที่หลักในการขับเคลื่อนทรัพยากรในการดูแลให้ทำหน้าที่สนับสนุนเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจขององค์กร เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามที่องค์กรมุ่งไปสู่
นักบริหารทรัพยากรกายภาพมีหน้าที่ขับเคลื่อนทรัพยากร 2 ลักษณะ
  • ขับเคลื่อนทรัพยากรกายภาพขององค์กร เพื่อให้ทำหน้าที่สนับสนุนเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจขององค์กร
  • ขับเคลื่อนทรัพยากรพื้นฐาน อันได้แก่ บุคลากร การเงิน ความรู้ และเครื่องมือ/เทคโนโลยี เพื่อให้ทรัพยากรกายภาพมีศักยภาพความสามารถในการทำหน้าที่สนองตอบความต้องการ และสนับสนุนองค์กร
ความท้าทายสำคัญของทุกนักบริหารทรัพยากรกายภาพ ประกอบด้วยความท้าทาย 3 ประการด้วยกัน ได้แก่
  • ความท้าทายเชิงกายภาพ - การบริหารและจัดการเพื่อให้ อาคาร สถานที่ อยู่ในสภาพที่ดี ปลอดภัย เหมือนเมื่อเริ่มเปิดใช้อาคาร
  • ความท้าทายเชิงความต้องการ - การบริหารและจัดการเพื่อให้ อาคาร สถานที่ ตอบสนองต่อความต้องการใช้งานของผู้ใช้อาคารทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
  • ความท้าทายเชิงธุรกิจ - การบริหารและจัดการเพื่อให้ อาคาร สถานที่ มีต้นทุนที่พอเหมาะ สร้างความสามารถในการแข่งขันเชิงธุรกิจให้กับองค์กรเจ้าของอาคาร
การบริหารทรัพยากรกายภาพ หรือ Managing facility/property เป็นเรื่องของการมองภาพใหญ่ การสร้างผลสำเร็จในระดับภาพรวม  

วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2553

บทเรียนที่ได้รับเรื่อง Facility Crisis Management จากการเสวนา FMi ครั้งที่ 2

จากการเสวนา FMi ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 10 กันยายนผ่านมา มีบทเรียนท่ีสำคัญในเรื่อง Facility Crisis Management หลายประเด็นสรุปได้ดังนี้
เมื่อเกิด วิกฤติการณ์ (Crisis) เป้าหมายในการบริหารทรัพยากรกายภาพ จะได้แก่
  • การจำกัดความเสียหายและความสูญเสีย (Damage minimisation) 
  • การเตรียมการเพื่อฟื้นสภาพและธุรกิจของอาคาร (Recovery and Resilience) 
ลักษณะสำคัญของการดำเนินการจัดการวิกฤติ คือ
  • เป็นการดำเนินการแบบเฉพาะกิจ หรือ Ad hoc 
  • เป็นการทำงานอย่าง Intelligent  โดยมีท้ังการวางแผน เตรียมการ และปฏิบัติจากการวิเคราะห์ข้อมูลและข่าวสาร/ข่าวกรอง Intelligence อย่างครบถ้วนและรอบด้าน 
  • มีรูปแบบความเป็น Improvisation ที่พร้อมแปรเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ มากกว่าการทำงานตามแนวปฏิบัติมาตรฐาน 
กระบวนการขั้นตอน
จากการรับฟังวิทยากรทั้ง 3 ท่าน  เราอาจวิเคราะห์ขั้นตอนการดำเนินการที่ได้เกิดขึ้นจริง และสามารถเขียนขึ้นเป็นแบบจำลองกระบวนการทางความคิดในการจัดการทรัพยากรกายภาพในภาวะวิกฤติได้ดังนี้




















นอกจากประเด็นต่างๆ ข้างต้นแล้ว  สิ่งที่ได้เราได้เรียนรู้จากการเสวนายังได้แก่
  • การเพิ่มขึ้นของความเสี่ยงในเรื่องที่เราไม่เคยประสบหรือคาดการณ์มาก่อน และระดับของผลกระทบที่ไม่เคยมีมาก่อน (Increase of unprecedented threats/risks and unimaginable consequences)
  • แม้ในภาวะวิกฤติ  อาคารยังจำเป็นต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอาคาร (Facility/Building Staff) อยู่ประจำในอาคารนั้นเสมอ เพื่อดูแลให้อาคารและผู้ใช้อาคารได้รับความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา  และให้พร้อมใช้งานเมื่อเหตุการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ
  • ดังนั้นในภาวะที่วิกฤตและฉุกเฉิน ขวัญและกำลังใจของผู้ปฏิบัติงานอาคาร จัดเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งยวด  ซึ่งผู้บริหารทรัพยากรกายภาพและผู้บริหารองค์กรจะต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด
  • BCP v DRP: การมีเพียง Business continuity plan ในการรับมือกับภาวะวิกฤตการณ์ดังเช่นในกรณีนี้ อาจไม่เพียงพอสำหรับอาคารประเภทศูนย์การค้า   ทั้งนี้การจัดเตรียมให้มี Disaster recovery plan จัดเป็นความจำเป็นสำคัญ เพื่อให้ธุรกิจสามารถกลับมาดำเนินการได้อย่างเร็วที่สุด ซึ่งเป็นหัวใจของการทำธุรกิจศูนย์การค้า
  • ในขั้นตอนการออกแบบอาคาร นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และสถาปนิก ควรตระหนักถึง ความสามารถในการป้องกันตนเองของอาคาร/สถานที่หากเกิดเหตุการณ์วิกฤติดังเช่นที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาด้วย

วันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ประเภทของกล้องโทรทัศน์วงจรปิด

กล้องโทรทัศน์วงจรปิดทำหน้าที่เป็นตัวรับสัญญาณภาพของวัตถุ เหตุการณ์ และสิ่งที่ต้องการให้เห็นจากบริเวณจุดติดตั้ง กล้องโทรทัศน์วงจรปิดในปัจจุบันมีวิวัฒนาการเป็นอย่างมาก ทำให้มีหลายรูปแบบลักษณะ คุณสมบัติ ความสามารถให้เลือกใช้ได้ในหลายลักษณะความต้องการใช้งาน  หากพิจารณาตามลักษณะรูปทรงกล้องฯ อาจแบ่งออกได้เป็น  ได้แก่ Bank style, Bullet cameras และ Miniature and Hidden cameras (Williams, 2010)   นอกจากนี้กล้องฯ ยังอาจจำแนกตาม สีของภาพเหตุการณ์ที่แสดง การเคลื่อนไหว ระบบการทำงาน รูปแบบข้อมูลที่ส่งออกไป  ตารางที่ 1 แสดงการเปรียบเทียบข้อดีและข้อด้อยของกล้อง CCTV แต่ละประเภท ตามคุณสมบัติและอุปกรณ์ประกอบของกล้อง

ตารางที่ 1 การเปรียบเทียบคุณสมบัติ ข้อดีและข้อด้อยของกล้องโทรทัศน์วงจรปิดแต่ละประเภท

ประเภท/ลักษณะของกล้อง CCTV
คุณสมบัติ
ข้อดี
ข้อด้อย
สี Colour
กล้องที่แสดงภาพเป็นสีตามสภาพความเป็นจริง
-ให้ภาพที่เสมือนจริงและคุณภาพสูง
-มีประสิทธิภาพต่ำในบริเวณ หรือช่วงเวลาที่มีระดับแสงสว่างต่ำ
ขาว-ดำ Monochrome
กล้องที่แสดงภาพออกมาเป็นสีขาว ดำ และเทา
-ให้ภาพที่คมชัดกว่ากล้องสี ในบริเวณ หรือช่วงเวลาที่มีระดับแสงสว่างต่ำ
-มีความสามารถใกล้เคียงกับกล้องที่ใช้ Infra red (IR)
-มีราคาถูก
-มีศักยภาพในการแสดงภาพที่เสมือนจริงได้ต่ำกว่ากล้องสี
Infra Red (IR)
กล้องที่ประกอบด้วยหลอดส่องแสง Infrared illuminators เพื่อช่วยในการจับภาพในเวลาที่มีแสงสว่างน้อย
สามารถใช้งานได้ทั้งในช่วงเวลาที่มีแสงสว่างมาก (ได้ภาพสี) และในช่วงเวลาที่มีแสงสว่างน้อย (ภาพขาว-ดำ) โดยใช้แสง Infrared
อาจเกิดสภาวะ ‘ghost’ กับภาพของวัตถุที่อยู่ใกล้กล้อง เนื่องจากแสงของ Infrared illuminators
Day/Night
กล้องที่สามารถแสดงภาพทั้งแบบสี และขาวดำได้แบบอัตโนมัติ ตามระดับความสว่างของแสงในพื้นที่
-มีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง
-เหมาะกับการใช้งานภายนอก
-อาจมีปัญหาภาพซ้อนได้ในบางครั้ง
-ราคาค่อนข้างสูง
Fixed
กล้องแบบติดตั้งแบบเฉพาะจุด ไม่เคลื่อนไหว
-เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ราคาไม่สูงมาก
-ใช้งานง่ายเหมาะสำหรับการใช้งานในบริเวณที่มีขนาดไม่ใหญ่ หรือบริเวณทางเข้า-ออก
-ไม่เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่ที่มีการเคลื่อนไหวมากและหลากหลาย
Pan/Tilt/Zoom
กล้องแบบที่มีความสามารถในการหมุนได้ 360˚รอบตัว
-มีความคล่องตัวในการใช้งานสูง
-มักเป็นกล้องที่มีระดับเทคโนโลยีสูงและทันสมัยมาก และมีประสิทธิภาพสูง
-เหมาะสำหรับการใช้ตรวจการณ์พื้นที่บริเวณกว้าง
-ราคาสูงมาก
-บางครั้งการหมุนทำให้เกิดช่องโหว่ (Lapse) ของการบันทึกภาพเนื่องมากจากการหมุนของกล้องเอง
Internet Protocol (IP)
-ส่งสัญญาณภาพเป็นข้อมูลดิจิตัล  ที่มีความชัดเจนในระดับ High Definition
-สามารถใช้/ควบคุมการทำงานผ่านระบบ WAN, LAN, Intranet หรือ Internet
-สะดวกสำหรับการใช้งานแบบโครงข่าย (Network) ที่มีกล้องจำนวนมาก
-มีเทคโนโลยีที่สูงและทันสมัยกว่า
-ราคาสูง
-ต้องการช่องสัญญาณ (Bandwidth) มากกว่า
-ต้องการการบำรุงรักษา
Analog
-ส่งภาพเป็นสัญญาณ Analog
-ราคาค่อนข้างต่ำ
-ไม่ต้องการการบำรุงรักษา
-มีระดับความทันสมัยของเทคโนโลยีต่ำกว่า 
ดังนั้นเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความคุ้มค่าสูงสุด  การเลือกลักษณะและประเภทของกล้องฯ ควรพิจารณาจากหลายปัจจัย อาทิ
  • วัตถุประสงค์ของการใช้งาน 
  • ขนาดและความชัดเจนของภาพ
  • ขนาดของระบบฯ หรือโครงข่าย
  • ช่วงเวลาใช้งาน 
  • สภาพแวดล้อม ทั้งในด้านของแสง ระดับความสว่าง ทิศทางของแสง บริเวณร่มเงา และอุปสรรคในการมองเห็นภายในพื้นที่
  • วิธีการใช้งาน


วันพฤหัสบดีที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ความแตกต่างระหว่างผู้ให้บริการงานอาคาร (Facility Services)

ความเข้าใจที่มักคลาดเคลื่อน (หรือไม่ถูกต้องนัก) ที่มักเกิดขึ้นเป็นประจำ เมื่อถึงเวลาต้องมีการจัดหาและจัดจ้างผู้ให้บริการงาน Facility Services (FS) มีดังนี้
  • ผู้ให้บริการทุกรายเหมือนกัน
  • บริการงาน FS มีคุณค่าต่ำเทียบเท่ากับ แรงงานไร้ทักษะ
  • บริการงาน FS เป็นงานเชิงแรงงาน ที่ไม่ต้องการความรู้เฉพาะด้าน
ผมมักมีความเห็นโต้แย้งในทางตรงกันข้ามกับความเข้าใจดังกล่าวข้างต้นอยู่เสมอ  เพื่อแสดงเหตุผลสนับสนุนข้อโต้แย้ง  ผมได้สร้างตารางการวิเคราะห์เปรียบเทียบคุณสมบัติสำคัญของผู้ให้บริการงานอาคารระหว่างบริษัทชั้นนำและบริษัทราคาถูก  โดยอาศัยข้อมูลจากประสบการณ์  ดังที่แสดงในด้านล่างนี้ (ผลการวิจัยของ CFMS ที่จะตีพิมพ์ในเร็วๆนี้ จะให้ข้อมูลเชิงประจักษ์และเป็นภววิสัย  (Objective) ที่ชัดเจนกว่านี้) 


บริษัทชั้นนำ
บริษัทราคาถูก
ลักษณะการทำธุรกิจ
  • จุดขาย - คุณภาพการบริการ
  • ลงทุนสูง
  • กำไรจากการทำธุรกิจระยะยาว ขนาดของฐานลูกค้า และความได้เปรียบทางเครื่องมือ
  • จุดขาย - ราคาถูก 
  • ลงทุนต่ำ
  • กำไรจากค่าหัว/ค่าแรงของพนักงาน
ผู้ปฏิบัติงาน
  • ผ่านการฝึกอบรม
  • มีทักษะ/ประสบการณ์กับบริษัท
  • สามารถระบุคุณสมบัติที่ต้องการได้
  • ไม่ผ่านการฝึกงาน
  • มีทักษะต่ำ
  • ไม่ใ่ช่บุคลากรของบริษัท
  • ไม่สามารถเลือกได้
ขั้นตอนและวิธีปฏิบัติงาน
  • มีขั้นตอนมาตรฐานของบริษัท
  • มีระบบเอกสารและรายงาน
  • ไม่มีขั้นตอนมาตรฐานที่ชัดเจน
  • ระบบเอกสารและรายงานแบบไม่มีความหมาย
เครื่องมือ อุปกรณ์ เทคโนโลยีและระบบสนับสนุน
  • เน้นการใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีเพื่อลดกำลังคน
  • มีระบบ On-site training
  • มีระบบตรวจสอบและประสานงาน
  • ใช้อุปกรณ์เครื่องมือพื้นฐาน และมีเทคโนโลยีต่ำ
  • ไม่มีระบบสนับสนุนจากส่วนกลาง
เงินเดือนและสวัสดิการพนักงาน
  • มีอัตราเงินเดือนและสวัสดิการที่ดีกว่า
  • มีอัตราเงินเดือนที่เท่าค่าแรงขั้นต่ำ
  • สวัสดิการขั้นต่ำตามกฎหมาย

ตารางวิเคราะห์เปรียบเทียบข้างต้น แสดงความแตกต่างระหว่างบริษัทผู้ให้บริการงานอาคารชั้นนำ ที่มักมีราคาค่าบริการสูงกว่า บริษัทผู้ให้บริการงานอาคารอีกกลุ่มที่อยู่ในช่องด้านข้าง  ทั้งนี้ตารางยังต้องการสะท้อนถึงสิ่งที่เจ้าของอาคาร ผู้ใช้อาคาร และผู้มีอำนาจในการตัดสินใจจัดจ้างผู้ให้บริการงานอาคาร ควรจะคาดหวังจากการจ้างผู้ให้บริการงานอาคารในระดับราคาค่าบริการที่แตกต่างกัน และในประเด็นที่ว่า “คุณได้ในสิ่งที่คุณจ่าย”  รวมทั้งอาจต้องตระหนักถึงวลีที่ว่า “ของดีราคาถูกไม่มีในโลก”  


หากจะมีใครตั้งข้อสงสัยว่า ผมเอาใจเข้าข้างบริษัทให้บริการงานอาคารเจ้าใหญ่ที่มืชื่อเสียง ใช่หรือไม่  ผมคงตอบว่าใช่ โดยที่บริษัทเหล่านี้ไม่ต้องเอาผลประโยชน์อะไรมาให้ผม  ทั้งนี้ก็เพราะผมเห็นว่าบริษัทเหล่านี้ทำมาหากินกับธุรกิจการบริการที่วางเดิมพันไว้กับคุณภาพของงานและผู้ปฏิบัติงาน  มากกว่าการทำมาหากินกับค่าหัวคิดแรงงานแบบที่บริษัทขนาดเล็กราคาถูกชอบทำ  และเพราะผมพบหลักฐานว่าบริษัทเหล่านี้ใส่ใจในเรื่องความสามารถในการทำงาน สวัสดิภาพ สวัสดิการ ความเป็นอยู่ และอาชีพของพนักงานของตนในระยะยาวมากกว่า เนื่องจากสิ่งเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงด้านธุรกิจและชื่อเสียงของบริษัทผู้ให้บริการด้านนี้เป็นการตอบแทน  


หากจะมีใครตั้งข้อข้องใจว่า ผมกำลังทำให้เรื่องงานอาคารสถานที่เป็นเรื่องใหญ่ ใช่หรือไม่  ผมก็คงตอบว่าใช่แน่นอน  เพราะงานด้านนี้และการบริหารทรัพยากรกายภาพที่ไร้คุณภาพนำมาซึ่งความเสี่ยงกับอาคารและผู้ใช้อาคารในหลายด้าน และในทางตรงข้ามการดำเนินการด้านนี้ที่ดีและมีประสิทธิภาพจะสร้างมูลค่า คุณค่า และประโยชน์อย่างมหาศาลทั้งทางตรงและทางอ้อม   นอกจากนี้ผมยังมีข้อสังเกตว่าคุณค่าของงานด้านอาคารสถานที่ยังไม่ได้รับการนำเสนอออกมาให้ปรากฎอย่างชัดเจน และผู้มีส่วนในการใช้อาคารยังได้รับข้อมูลในเรื่องความสำคัญและมีคุณค่าของงานด้านนี้น้อยอย่างเหลือเชื่อ

ในตอนท้ายนี้ ผมอยากฝากถึงผู้มีอำนาจในการคัดเลือกและจัดจ้างบริษัทผู้ให้บริการงานอาคาร  ได้เพิ่มสิ่งควรนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจ เช่น ระดับทักษะความสามารถ ประสบการณ์ทำงาน เทคนิควิธีปฏิบัติงาน อุปกรณ์เครื่องมือและเทคโนโลยีประกอบการทำงาน ตลอดจนความเป็นอยู่และความมั่นคงในชีวิตของพนักงานผู้ปฏิบัติงานซึ่งเกี่ยวพันกับระดับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของทรัพย์สินภายในอาคาร  นอกเหนือไปจากเรื่องราคาแต่เพียงอย่างเดียว


ควบคู่กัน เหล่าบรรดาผู้ปฏิบัติงานและผู้ให้บริการงานด้านนี้ต้องเพิ่มความพยายามในการสร้างคุณค่าจากงานของตนให้แก่การดำเนินธุรกิจขององค์กรเจ้าของอาคาร และทำตนให้เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจองค์กร รวมทั้งมีการพัฒนาความรู้ความสามารถในด้านนี้อย่างต่อเนื่องและเป็นการเฉพาะ

วันเสาร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2553

การบริหารทรัพยากรกายภาพ กับ โลกแห่งความต้องการประสิทธิภาพสูงสุด

เราทุกคนกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ผู้ที่ก่อให้เกิดความสูญเปล่าและสิ้นเปลืองจะได้รับการลงโทษ  ไม่มีพื้นที่สำหรับการดำเนินการที่ไม่สามารถคำนวณผลตอบแทนในทรัพยากรที่ลงทุนไปอีกต่อไป  เรากำลังอยู่ในโลกแห่งความต้องการประสิทธิภาพสูงสุด!
ทุกคนที่อยู่ในช่วงเวลานี้สามารถรับรู้ได้ถึงสภาวะของโลกแห่งความต้องการประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งโดยผ่านความรู้สึก นโยบายขององค์กร หรือความเปลี่ยนแปลงที่อยู่โดยรอบตัว ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และไม่ว่าคนๆนั้นจะทำงานในภาคส่วนที่เป็นหน่วยงานรัฐหรือเอกชน  ไม่ว่าจะเป็นองค์กรที่แสวงหากำไรหรือไม่แสวงหากำไร   ทั้งนี้เป็นเพราะเรากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่มีการแข่งขันรุนแรงที่สุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนอันเป็นผลมาจากโลกาภิวัฒน์ซึ่งนำมาซึ่งการลงทุนและการทำธุรกิจข้ามชาติและเทคโนโลยีสารสนเทศอันเป็นตัวชักนำคู่แข่งขันให้สามารถเข้าถึงในทุกสนามแข่งขัน (ตลาด)  ความสามารถในการแข่งขันเพื่อการดำรงอยู่จึงถือเป็นความต้องการระดับสูงสุดของทุกองค์กร  ผู้ที่มีความสามารถในการแข่งขันที่ต่ำกว่าจะถูกกีดกันออกไปหรือต้องออกจากระบบ
นักเศรษฐศาสตร์เป็นผู้บอกให้เราทราบว่า ความสามารถในการแข่งขันเป็นผลมาจากความสามารถในการสร้างคุณค่า (ความสามารถในสร้างผลิตภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็นชิ้นของ สถานที่หรือการบริการที่ผู้บริโภคต้องการจะซื้อเพราะเห็นว่าดีกว่า คุ้มค่ากว่า) และประสิทธิภาพในการดำเนินงานอันเป็นเลิศ (ความสามารถในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีต้นทุนตำ่กว่า)  ผู้ที่สามารถสร้างผลสัมฤทธิ์ใน 2 ด้านนี้จะเป็นผู้ที่มั่งคั่งและอยู่รอด
ด้วยธรรมชาติแห่งการเป็นศูนย์ต้นทุนค่าใช้จ่าย (Cost centre)   ทำให้โลกแห่งความต้องการประสิทธิภาพสูงสุดกำลังบีบรัดนักบริหารทรัพยากรกายภาพโดยไม่จำเป็นต้องมีใครมาบอกหรือชี้สั่ง  การบริหารทรัพยากรกายภาพที่ใช้ต้นทุนตำ่กว่า แต่ให้ผลตอบแทน (มูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ คุณภาพของอาคาร ทรัพยากรกายภาพ และบริการอาคาร) ที่เท่ากันหรือดีกว่าเดิม  หรือการบริหารทรัพยากรกายภาพที่ให้อัตราผลตอบแทนต่อต้นทุนที่ดีขึ้น  จะเป็นหนทางที่มีอยู่ให้เลือกไม่มากนักที่จะทำให้ นักบริหารทรัพยากรกายภาพและการบริหารทรัพยากรกายภาพได้รับการยอมรับและสมควรได้รับรางวัลเฉกเช่นเดียวกับส่วนงานที่ก่อให้เกิดรายได้   ข่าวร้ายคือ การบริหารทรัพยากรกายภาพที่ให้ผลตรงกันข้ามจากที่กล่าวนี้ จะเป็นให้ผลที่ค่อนข้างจะชัดเจนว่า ผู้บริหารองค์กร หรือผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์แห่งนั้นจะต้องมองหาผู้ที่มีความสามารถในการสร้างประสิทธิภาพที่ดีกว่ามาแทนที่ 
ดังนั้นแล้วนักบริหารทรัพยากรกายภาพนอกจะต้องมีแนวทางการบริหาร จัดการ และปฏิบัติการที่ให้ประสิทธิภาพสูงแล้ว  ยังจะต้องมีวิธีวัดและแสดงอัตราผลตอบแทน (คุณค่าหรือมูลค่า จากการบริหารทรัพยากรกายภาพ) ที่ดีและชัดเจนด้วย หรือกลับกัน  

วันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2553

sarichfm

sarichfm เป็น Blog ที่ตั้งใจทำขึ้นเพื่อนำเสนอมุมมองและความคิดเห็นในเรื่องที่เกี่ยวกับ Facility Management และที่จะเป็นประโยชน์กับผู้ทำงานในสายนี้  ทั้งมุ่งจะให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความเห็นในวงกว้าง