จากการเสวนา FMi ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 10 กันยายนผ่านมา มีบทเรียนท่ีสำคัญในเรื่อง Facility Crisis Management หลายประเด็นสรุปได้ดังนี้
เมื่อเกิด วิกฤติการณ์ (Crisis) เป้าหมายในการบริหารทรัพยากรกายภาพ จะได้แก่
- การจำกัดความเสียหายและความสูญเสีย (Damage minimisation)
- การเตรียมการเพื่อฟื้นสภาพและธุรกิจของอาคาร (Recovery and Resilience)
ลักษณะสำคัญของการดำเนินการจัดการวิกฤติ คือ
- เป็นการดำเนินการแบบเฉพาะกิจ หรือ Ad hoc
- เป็นการทำงานอย่าง Intelligent โดยมีท้ังการวางแผน เตรียมการ และปฏิบัติจากการวิเคราะห์ข้อมูลและข่าวสาร/ข่าวกรอง Intelligence อย่างครบถ้วนและรอบด้าน
- มีรูปแบบความเป็น Improvisation ที่พร้อมแปรเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ มากกว่าการทำงานตามแนวปฏิบัติมาตรฐาน
กระบวนการขั้นตอน
จากการรับฟังวิทยากรทั้ง 3 ท่าน เราอาจวิเคราะห์ขั้นตอนการดำเนินการที่ได้เกิดขึ้นจริง และสามารถเขียนขึ้นเป็นแบบจำลองกระบวนการทางความคิดในการจัดการทรัพยากรกายภาพในภาวะวิกฤติได้ดังนี้
นอกจากประเด็นต่างๆ ข้างต้นแล้ว สิ่งที่ได้เราได้เรียนรู้จากการเสวนายังได้แก่
- การเพิ่มขึ้นของความเสี่ยงในเรื่องที่เราไม่เคยประสบหรือคาดการณ์มาก่อน และระดับของผลกระทบที่ไม่เคยมีมาก่อน (Increase of unprecedented threats/risks and unimaginable consequences)
- แม้ในภาวะวิกฤติ อาคารยังจำเป็นต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอาคาร (Facility/Building Staff) อยู่ประจำในอาคารนั้นเสมอ เพื่อดูแลให้อาคารและผู้ใช้อาคารได้รับความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา และให้พร้อมใช้งานเมื่อเหตุการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ
- ดังนั้นในภาวะที่วิกฤตและฉุกเฉิน ขวัญและกำลังใจของผู้ปฏิบัติงานอาคาร จัดเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งยวด ซึ่งผู้บริหารทรัพยากรกายภาพและผู้บริหารองค์กรจะต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด
- BCP v DRP: การมีเพียง Business continuity plan ในการรับมือกับภาวะวิกฤตการณ์ดังเช่นในกรณีนี้ อาจไม่เพียงพอสำหรับอาคารประเภทศูนย์การค้า ทั้งนี้การจัดเตรียมให้มี Disaster recovery plan จัดเป็นความจำเป็นสำคัญ เพื่อให้ธุรกิจสามารถกลับมาดำเนินการได้อย่างเร็วที่สุด ซึ่งเป็นหัวใจของการทำธุรกิจศูนย์การค้า
- ในขั้นตอนการออกแบบอาคาร นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และสถาปนิก ควรตระหนักถึง ความสามารถในการป้องกันตนเองของอาคาร/สถานที่หากเกิดเหตุการณ์วิกฤติดังเช่นที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาด้วย